Monthly Archives: November 2012

วันนี้ใครมีหุ้นรวยกันถ้วนหน้า

              วันนี้ SET new high แตะที่ 1324.04  ไม่รู้ขึ้นมาได้ยังไง -_-‘  ส่วนพอร์ตผมก็ …

Posted in Uncategorized | Leave a comment

คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน (Don’t work for money)

  คุณเข้าใจความหมายของมันจริงๆหรือเปล่า ? ในหนังสือของโรเบิร์ต คิโยซากิ ความหมายของคำว่า คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน    บางคนก็บอกว่า คนรวยทำงานเพื่อเรียนรู้   คนรวยไม่ทำงานเองแต่ใช้เงินทำงาน  อะไรทำนองนี้  แต่ไม่ใช่เลย ความหมายของคำว่า คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน  มีความหมายว่า  คนรวยไม่ตกเป็นทาสของเงิน  นั่นคือ  ต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่าย  และไม่เป็นหนี้ในระยะยาว เพราะหนี้ ทำให้เราต้องหาเงินเพื่อนำเงินมาจ่าย  ทำให้เราต้องทำงานเพื่อเงิน ดังนั้นเราต้องไม่เป็นหนี้ !!!   เพราะ “หนี้ที่เลว” ทำให้เราทำงานเพื่อเงินไปตลอด ไม่ทำงานเพื่อเงิน ก็คือ ไม่ตกเป็นทาสของค่าใช้จ่ายหรือหนี้ที่เลว คนที่จะเริ่มต้นรวย  ต้องเริ่มสร้างฐานะจากการชีวิตให้สมดุล และไม่มีปัญหาทางการเงินเสียก่อน คนรวยที่ไม่ต้องการ”ทำงานเพื่อเงิน” จะต้องจัดการสิ่งที่ออกจากกระเป๋า  ถ้าคุณใช้จ่ายเงินจนหมดกระเป๋าไปทุกๆเดือน    ในเดือนถัดไป คุณก็จะคิดที่จะหาเงินเพิ่มให้ได้มากๆขึ้นไป และนั่นคือการทำงานเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น  เวลาทำงานเราก็จะยึดเรื่องเงินเป็นหลัก   … Continue reading

Posted in การบริหารเงิน, การลงทุนอื่นๆ | Leave a comment

การลาออกครั้งสุดท้าย The Last Resignment

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “การลาออกครั้งสุดท้าย The Last Resignment” เห็นหนังสือเล่มนี้แว๊บแรก มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้เห็นใครมาทำเงินหล่นไว้เนี่ย มันช่างน่าสนซะเหลือเกินสำหรับชีวิตพนักงานเงินเดือนอย่างผม ที่อยากจะหลุดออกจากวงจรนี้ ด้านบนหัวหนังสือก็จะเขียนไว้ว่า “อ่านหนังสือเล่มนี่ แล้วชีวิตของคุณจะไม่เหมือมเดิมอีกต่อไป” จากนั้นผมก็พลิกดูปกหลังก็จะเขียนไว้ว่า “เรื่องราวชีวิตจริงของชายหนุ่มผู้ว่างงานโดยสมัครใจ เขาไม่ได้มีเพียงแผนการที่จะไม่อดตาย แต่ยังตั้งใจอยู่อย่างมั่งคั่งในทรัพย์สิน สุขภาพและเวลาอันเหลือเฟือ เพื่อชีวิตที่จะไม่ต้อง ลาออก จากที่ไหนอีกต่อไป”   ผู้เขียนคือ ภาณุมาศ ทองธนากุล เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่คุณภาณุมาศ ทองธนากุล ทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนหนังสือเล่มนี้ และเป็นที่แน่นอนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดออกมาจากผู้เขียนมาจากประสบการณ์ชีวิตจริง ๆ อ่านไปแล้วมันรู้สึกจี๊ด ๆ โดนใจคนทำงานซะจริง ๆ   อ่านหนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” … Continue reading

Posted in หนังสือลงทุนน่าอ่าน | Leave a comment

ระบบเงินตรา เฟียต (Fiat Currency) กับทองคำ

ระบบเงินตราที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ อเมริกา  ยุโรป ตลอดจนไปถึงเอเชีย ก็คือระบบเฟียต (Fiat Currency System)  นั่นคือรัฐบาลเป็นผู้กำหนดค่าของเงินในการแลกเปลี่ยน  แต่ไม่ได้มีสินทรัพย์หนุนหลัง   ดังนั้นความเชื่อมั่นในรัฐบาลจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการกำหนดมูลค่าของเงินตรานั้นออกมา   ทำไมเงินตราที่เป็นกระดาษไร้ค่าถึงถูกกำหนดให้มีค่าขึ้นมาได้ ?  ระบบนี้อาจมีความเสี่ยงอยู่ตรงที่ เมื่อคนในประเทศนั้นตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า เงินที่ได้จากการทำงานอย่างหนักมาตลอดชีวิต เก็บไว้ในบัญชี ไม่เหลือมูลค่าที่จะนำไปซื้ออะไรได้อีกต่อไป แล้วทำไมความตื่นตระหนกข้างต้นจึงยังไม่เกิดขึ้น  ก็ยังไม่มีคำอธิบาย   ในกรณีถ้าเงินตรานั้นไม่ได้ผูกติดอยู่กับทองคำ ก็มีโอกาสที่จะไม่มีค่าเลยก็ได้  อย่างเช่นที่สหรัฐอเมริกประสบอยู่ในขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น เงินดอลล่าร์สหรัฐก็เป็นระบบเฟียต  สหรัฐอเมริกาโดยประธานาธิบดีริชาร์ต นิกสัน ได้ยกเลิกการผูกค่าเงินดอลล่าร์ไว้กับทองคำ ธนาคารสามารถเพิ่มปริมาณเงินตรา (การพิมพ์เงินใช้) ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  และสร้างตัวเลขในงบการเงิน โดยเฉพาะการปล่อยกู้  เงินกู้จากอากาศ ถ้าคุณเป็นนักลงทุนก็พอจะทราบว่า เงินกู้จากอากาศนั้นทำให้มีความเสี่ยง  เสี่ยงต่อการทำให้มูลค่าของเงินนั้นๆอ่อนลง  และมีความยืดหยุ่นน้อยลง ธนาคารเสกเงินจากอากาศ ปล่อยกู้เรา  … Continue reading

Posted in เล่าเรื่องการเงิน | Leave a comment

ทัศนะคติต่อการบริหารเงิน

ทัศนคติที่มีต่อการบริหารเงินนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง  และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เป็นตัวตัดสินว่า คนคนนั้นจะประสบความสำเร็จทางการบริหารการเงินในบั้นปลายชีวิตได้หรือไม่ ในบางครั้งคนที่มีการบริหารเงินอย่างสม่ำเสมอ  อาจจะถูกมองจากคนรอบๆข้างว่าเป็นคนตระหนี่เป็นคนเห็นแก่เงิน บูชาเงิน แต่ทัศนคติที่ถูกต้องต่อเงินไม่ใช่การมองเงินว่าคือพระเจ้า  แต่หากมองเงินว่าเหมือนกับว่าเงินคือตัวแทนของความพยายาม  เป็นตัวแทนของแรงงานที่เราแลกมา  เราจึงควรให้ความเคารพกับเงินเสมือนหนึ่งว่าเราให้ความเคารพตัวเรานั่นเอง

Posted in การบริหารเงิน | Leave a comment

เงินคือสิ่งสมมุติให้มีค่า แต่ตัวมันเองไม่มีค่า

เงินคือสิ่งสมมุติให้มีค่า  แต่ตัวมันเองไม่มีค่า ในสมัยโบราณ  เราใช้สิ่งของในการแลกเปลี่ยนกัน  ต่อมาการแลกเปลี่ยนก็อาจจะเกิดปัญหาที่ คนหนึ่งอาจไม่ยอมรับของของอีกฝ่าย เช่นถ้าคนหนึ่งเอานมวัว ไปแลกกับหนังสัตว์   แต่อีกคนไม่ต้องการนมวัวที่บูดง่าย  การแลกเปลี่ยนจึงเกิดความยากลำบาก ต่อมาจึงมีการใช้โลหะที่มีค่า  นั่นคือ ทองคำ มาใช้ในการแลกเปลี่ยน  ด้วยเหตุที่ว่า  ทองคำมีความมันวาว  สามารถหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้  ไม่สามาถสร้างขึ้นทดแทนได้  ไม่เกิดสนิมที่ทำให้ด้อยค่าลง ต่อมาโลหะทอง จึงนำมาใช้ในการแลกเปลี่ยน   ซึ่งเป็นผลดีคือทำให้เกิดงานและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน   เช่น ถ้าคนหนึ่งปลูกข้าวได้ดี    อีกคนหนึ่งเลี้ยงวัวได้ดี  แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกัน  ผลผลิตรวมของทั้งสองคนก็อาจจะมากกว่า คนหนึ่งคนปลูกทั้งข้าว เลี้ยงทั้งวัว ซึ่งอาจจะไม่มีใครทำได้ดีทั้งสองอย่าง แต่ทองคำก็มีความเสี่ยงในการสูญหาย  ช่างทองจึงคิดที่จะรับฝากทอง โดยแลกกับค่าธรรมเนียม โดยนำทองมาเก็บไว้  แลกกับ “ใบรับฝากทอง”  เป็นที่เข้าใจกันว่า ใบรับฝากทองคำ  มีค่าเท่ากับทองคำ  เพราะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับทองคำได้  … Continue reading

Posted in การบริหารเงิน | Leave a comment

ปรัชญาแบบพอเพียง

น้อยคนที่จะเข้าใจปรัชญาแบบพอเพียง ความพอเพียงต้องประกอบไปด้วย 3 ปัจจัย พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน …ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม “พอประมาณ” หมายความว่า ใช้จ่ายแบบพอประมาณ ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีเงินเก็บออม ใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายได้ของตนเอง ไม่ใช่มากกว่าหรือใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน หรือไม่มีเงินเก็บ “มีเหตุผล” หมายความว่า คุณมีเหตุผลที่จะบอกความต้องการบางสิ่งบางอย่างหรือไม่ ถ้าคุณมีเหตุผลว่าคุณต้องการเท่าไหร่ คุณก็จะพอเพียง แต่ถ้าคุณบอกเหตุผลว่าคุณต้องการมากเพื่ออะไร เรียกว่าคุณก็ไม่พอ “มีภูมิคุ้มกัน” คือ เราต้องไม่พึ่งพาใคร เราต้องยืนได้ด้วยขาของตนเอง ถ้าคุณไม่มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามที่ลำบาก คุณก็เรียกว่าไม่พอเพียง ====================================== เช่น ผมต้องการเงิน 15000 บาทต่อเดือนไว้ใช้ยามเกษียณ คิดว่าผมจะมีชีวิตอยู่ได้ 30 ปีหลังเกษียณ ผมจึงต้องการเงิน 15,000 X12 X … Continue reading

Posted in การบริหารเงิน | Leave a comment