ระบบเงินตรา เฟียต (Fiat Currency) กับทองคำ

ระบบเงินตราที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ อเมริกา  ยุโรป ตลอดจนไปถึงเอเชีย ก็คือระบบเฟียต (Fiat Currency System)  นั่นคือรัฐบาลเป็นผู้กำหนดค่าของเงินในการแลกเปลี่ยน  แต่ไม่ได้มีสินทรัพย์หนุนหลัง   ดังนั้นความเชื่อมั่นในรัฐบาลจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการกำหนดมูลค่าของเงินตรานั้นออกมา  

ทำไมเงินตราที่เป็นกระดาษไร้ค่าถึงถูกกำหนดให้มีค่าขึ้นมาได้ ? 

ระบบนี้อาจมีความเสี่ยงอยู่ตรงที่ เมื่อคนในประเทศนั้นตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า เงินที่ได้จากการทำงานอย่างหนักมาตลอดชีวิต เก็บไว้ในบัญชี ไม่เหลือมูลค่าที่จะนำไปซื้ออะไรได้อีกต่อไป

แล้วทำไมความตื่นตระหนกข้างต้นจึงยังไม่เกิดขึ้น  ก็ยังไม่มีคำอธิบาย   ในกรณีถ้าเงินตรานั้นไม่ได้ผูกติดอยู่กับทองคำ ก็มีโอกาสที่จะไม่มีค่าเลยก็ได้  อย่างเช่นที่สหรัฐอเมริกประสบอยู่ในขณะนี้

ยกตัวอย่างเช่น เงินดอลล่าร์สหรัฐก็เป็นระบบเฟียต  สหรัฐอเมริกาโดยประธานาธิบดีริชาร์ต นิกสัน ได้ยกเลิกการผูกค่าเงินดอลล่าร์ไว้กับทองคำ

ธนาคารสามารถเพิ่มปริมาณเงินตรา (การพิมพ์เงินใช้) ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  และสร้างตัวเลขในงบการเงิน โดยเฉพาะการปล่อยกู้  เงินกู้จากอากาศ

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนก็พอจะทราบว่า เงินกู้จากอากาศนั้นทำให้มีความเสี่ยง  เสี่ยงต่อการทำให้มูลค่าของเงินนั้นๆอ่อนลง  และมีความยืดหยุ่นน้อยลง

ธนาคารเสกเงินจากอากาศ ปล่อยกู้เรา  คิดดอกเบี้ยเรา แล้วทำให้เราตกอยู่ภายใต้เงินเฟ้อ  ในขณะที่เงินล้นโลก

ระบบเฟียตนั้นมีข้อดีอยู่ประการหนึ่งคือ รัฐบาลสามารถมีความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าเงินเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้นได้   

แต่ก็มีข้อเสีย เมื่อเศรษฐกิจล้มครืน  รัฐบาลล้มละลาย ค่าเงินนั้นก็จะหมดความน่าเชื่อถืออีกต่อไป  และค่าเงินก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ

บางคนก็จะเก็บรักษาเงินของตนเอง โดยการเก็บในรูปของทองคำ  ซึ่งสามารถรักษามูลค่าได้เมื่อเทียบกับค่าของเงินตรา

ในทางกลับกันถ้าเศรษฐกิจดีและเติบโต ความเชื่อมั่นมีมาก  นักลงทุนส่วนใหญ่ก็มักจะนำเงินไปลงทุนกับเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตมากกว่า  ทำให้ทองคำมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ระบบเงินตราที่แม้ไม่ได้มีสินทรัพย์หนุนหลังอยู่ก็ไม่ได้แย่ไปกว่าทองคำเมื่อเศรษฐกิจดี   จุดที่มีการเข้าใจผิดกันก็คือ เงินตรามีแนวโน้มที่จะเกิดการลดมูลค่าลงในแต่ละปีเมื่อเวลาผ่านไปที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ”  นั่นทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าทองคำมูลค่าจะเพิ่มขึ้นไปได้เรื่อยๆ และเป็นเกราะป้องกันจากภาวะเงินเฟ้อได้

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ต่างก็มีเงินเฟ้อด้วยกันทั้งนั้น  แต่ว่าทองคำกลับเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อที่ไม่ดี ในภาวะเศรษฐกิจบูม  มูลค่าของทองคำกลับเพิ่มได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับการลงทุนอย่างอื่น

แล้วทำไมไม่กลับไปใช้ทองคำเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนแทนเงิน

ประการแรกก็คือปริมาณทองคำในปัจจุบันไม่ได้มีปริมาณที่ล้นที่จะพอแจกจ่ายให้กับคนทั้งโลกได้ในขณะนี้ และไม่สะดวกในการนำไปใช้   เงินกระดาษที่สามารถพกได้ง่ายกว่าการพกเหรียญทองคำ

มีเหมืองทองคำที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่เพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้  เหมืองทองคำมีมากในประเทศจีน  สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้  ออสเตรเลีย  รัสเซีย  แล้วใครจะเป็นคนกำหนดมูลค่าของเหรียญทองคำได้อีกนอกจากประเทศเหล่านี้ ?

เหมืองทองคำส่วนใหญ่ที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่เป็นของเอกชน  ABX (Barrick Gold Corporation)ผลิตทองคำ 2.06 ล้านออนซ์ในช่วง สิงหาคมถึงตุลาคม ในปี 2010  คิดเป็นทองคำ 10%ที่ผลิตจากทั้งโลกที่ขุดขึ้นมาโดยบริษัทเดียว

This entry was posted in เล่าเรื่องการเงิน. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *