Second Chance: review

cover1
เมื่อวานนี้ได้อ่าน Second Chance ก็ได้แนวคิดอีกอย่างหนึ่ง

Idea หลักยังคงพูดถึง รายได้จากทรัพย์สินเหมือนเดิม เหมือนเล่มที่ผ่านมาของ Robert Kiyosaki

ถ้าเคยอ่านหนังสือ The Millionaire Next Door (เศรษฐีข้างบ้าน) จะกล่าวถึงคนกลุ่มหนึ่ง มีรายได้จากงานประจำที่ใช้ชีวิต “ต่ำกว่ารายได้” ในสายตาบ้านเราก็คือ สถานะการเงินสามารถเอื้อให้ซื้อรถยุโรปขับโก้หรูบนท้องถนนอย่างสบายๆ แต่เต็มใจเลือกขับรถญี่ปุ่นคันเล็ก ประหยัดน้ำมันและค่าดูแลรักษาโดยไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือเป็นปมด้อย อยู่ธรรมดา กินข้าวธรรมดา ใส่เสื้อผ้าธรรมดา พยายามเก็บเงิน แล้วเอาเงินไปลงทุนในหุ้น กองทุนรวม ซื้อบ้าน (ในหนังสือ The Milloinaire Next Door มองบ้านเป็นทรัพย์สิน) ดูเผินๆก็คนธรรมดาแต่จริงๆแล้วรวย

แต่มุมมองของหนังสือเล่มนี้จะกล่าวในมุมมองการผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งในปี 2001 (ฟองสบู่ดอทคอม) และในปี 2007 (ซับไพร์ม)

เราๆที่อยู่ประเทศไทยอาจจะไม่เข้าถึงว่าวิกฤติซับไพร์ม มันเกิดขึ้นได้อย่างไร สรุปง่ายๆเป็นแบบนี้ครับ คือสมัยประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ได้มีนโยบายปล่อยสินเชื่อบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย (สินเชื่อเอื้ออาทร) แล้วก็มีการนำเอาหนี้มาแปลงให้เป็นตราสารทางการเงิน นำออกขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและ นักลงทุนทั่วไป นักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนคือดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ผ่อนบ้าน พอหนี้มีคุณภาพที่ไม่ดี(คนมีรายได้น้อย ไม่สามารถผ่อนได้เยอะๆเข้า) หนี้ก็สูญ ช่วงแรกๆยังพอขายบ้านที่ติดจำนองมาจ่ายคืนให้นักลงทุนได้บ้าง

หลังจากนั้นมูลค่าบ้านก็ตกลงเรื่อยๆ จาก oversupply จากการที่ลูกหนี้บ้านไม่สามารถผ่อนไหว แล้วประกาศขาย สมมุติว่าบ้านราคา 1,000,000 บาท (หนี้เงินกู้ 1,000,000) ตกลงมาเหลือ 400,000 บาท ใครเขาจะอยากผ่อน ทิ้งบ้านเลยดีกว่า ยิ่งมีคนทิ้งบ้าน ราคาบ้านก็ตกลงเรื่อยๆ

พอมีคนทิ้งบ้านเยอะๆเข้า ก็กลายเป็นหนี้สูญ ยึดบ้านมาขายก็ขาดทุน ลูกหนี้ก็ทิ้งบ้าน หนักๆเข้า สถาบันหรือนักลงทุนที่ถือตราสารนี้ก็ขาดทุนยับ ล้มไปก็มีอย่าง Lehman Brothers

คนรวยมีสองกลุ่ม คือ คนรวยที่จนลง กับคนรวยที่รวยหนักกว่าเดิมอีก (คนชั้นกลางกับคนจนยังไงก็จนลง)

ทีนี้ถ้าเป็นในกลุ่ม Millionaire Next Door ก็จะจนลงทันที เพราะมูลค่าบ้านที่ซื้อไว้ก็จะลดลง

ทุกครั้งที่มีวิกฤติ จะมีคนที่จนลง กับคนที่รวยขึ้น คำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ความแตกต่างคือ

ลงทุนเพื่อกระแสเงินสด กับลงทุนเพื่อหวังส่วนต่างราคา

การลงทุนเพื่อกระแสเงินสด ให้มี multi income stream จะทำให้เกิดกระแสเงินสด เพื่อให้สามารถมีเงินลงทุนต่อได้แม้ในยามวิกฤติ หรือในยามที่ตลาดมีปัญหา หรือเรียกว่ามีเงินสำหรับซื้อสินทรัพย์เพิ่มในช่วงเวลาที่ตลาดตกต่ำ

ส่วนการลงทุนเพื่อหวังส่วนต่างราคา พอเวลาตลาดล้ม ก็มักจะจนกันถ้วนหน้า

ในหนังสือของ Robert มักจะกล่าวถึงตลาดทุนในแง่ลบ เพราะว่าตลาดทุนมักจะผันผวน พอตลาดล้มแต่ละครั้งจะมีผ้สูญเงินเป็นจำนวนมาก (ส่วนตัวเห็นต่าง เพราะสำหรับผู้มีรายได้ประจำ มักจะไม่ค่อยมีเวลาในการทำธุรกิจ ตลาดทุนเป็นโอกาสที่คนธรรมดาจะขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการได้ และได้เงินปันผลทุกปี

หนังสือของ Robert ก็บอกเองว่าแกอ่านงบการเงินในธุรกิจไม่ค่อยเก่ง ถึงต้องมีที่ปรึกษาเป็นนักบัญชี ความถนัดไม่น่าจะเหมือนกัน)

สรุปว่า หนังสือ Second Chance นั้นเนื้อหาหลักจะเป็นการลงทุนและความสามารถในการผ่านวิกฤติเมื่อตลาดเงินหรือตลาดทุนล้ม เมื่อสินทรัพย์ด้อยค่าลง(ไม่เว้นแม้แต่เงินสด เงินฝากธนาคารก็ใช่ว่าจะปลอดภัย)

This entry was posted in หนังสือลงทุนน่าอ่าน. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *