กลยุทธ์ “ลงทุนหุ้นเชื้อรา”

 

 

ผมเริ่มต้นเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท  สะสมมาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว มีวินัยทางการเงิน  คือได้เงินจากการทำงานมาปุ๊บ ก็ใส่พอร์ตลงทุนไว้  ก่อนที่จะนำไปใช้  แล้วไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก  มีกฎอยู่ว่าทุกบาททุกสตางค์นี้ห้ามเอาไปใช้ครับ

ถ้าคุณเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท  1 ปี คุณก็จะมีเงินทั้งหมด 60,000 บาท  ถูกต้องไหมครับ 

ถ้าคุณฝากเงินไว้กับธนาคาร 6 ปี คุณก็จะมีเงิน 360,000 บาท

ถ้าคุณเก็บเงินโดยวิธีการฝากธนาคาร ซึ่งให้ดอกเบี้ยไม่ถึง 2% ต่อปี  แต่เงินเฟ้อจะอยู่ที่ประมาณ 3.5% ต่อปี  ดังนั้นในระยะยาวแล้ว  เงินเก็บของคุณก็จะลดลงในที่สุด  แพ้เงินเฟ้อ ร้อยละ 1.5 ต่อปี  สรุปก็คือ อำนาจซื้อก็จะลดลง  เงินเท่ากัน แต่ซื้อของได้น้อยลง

ในทางกลับกัน ถ้าคุณรู้จักบริหารเงินให้งอกเงยขึ้นมา  คุณก็จะทำให้เงินต้น 360,000 บาท ให้กลายเป็น 7 หลักได้  โดย  “ใช้เงินทำงานแทน”

ความเสี่ยงในการลงทุนก็เหมือนกับการขับรถ   ถ้าเราเคารพกฎจราจร  ขับช้าๆ  เหยียบเบรก เราก็จะปลอดภัย  แต่ถ้าเราขับรถไม่เป็น  แล้วยังไปขับรถอีก  นั่นคือความเสี่ยง

คำแนะนำเบื้องต้นในการลงทุนใดๆ  มักจะมีกำกับไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง  นั่นคือสำหรับคนที่ยังขับรถไม่เป็น หรือยังไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนเลย   เหมือนกับการขับรถโดยที่ไม่มีใบขับขี่ จึงเป็นความเสี่ยง

ในกรณีที่เราสามารถขับรถได้   ความเสี่ยงจากการลงทุนก็จะน้อยกว่าฝากเงินในบัญชีธนาคาร  เพราะเงินฝากในบัญชีธนาคารลดลงทุกปี  (แพ้เงินเฟ้อตลอด)   แต่การลงทุนในหุ้นนั้น ผลตอบแทนของตลาดเฉลี่ยในระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี 

ผลตอบแทนตลาดหุ้นโดยเฉลี่ย ถ้าคุณไม่เลือกหุ้น และโดยการสุ่มเลือกหุ้น และกระจายในทุกอุตสาหกรรม นั่นคือ 10% ต่อปี    แต่ถ้าคุณทำการบ้านและเลือกหุ้นได้ดี ผลตอบแทนก็ควรจะสูงกว่า

ดังนั้นก่อนที่เราจะขับรถ เราต้องเรียนรู้วิธีการขับรถ  เรียนรู้กฎจราจร  แล้วเราก็จะปลอดภัย  ซึ่งการลงทุนก็เหมือนกัน วินัยในการลงทุนนั้นสำคัญครับ  เคารพกฎจราจร   ไม่ควรรีบ ไฟแดงไม่ควรฝ่า เพราะมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้  เท่านี้ก็ไม่ขาดทุนแล้วครับ

ซึ่งถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจในการลงทุน  เราก็จะไม่เสี่ยงเลย  หรือเสี่ยงน้อยมากครับ

สำหรับกฎจราจรในการลงทุนหุ้นของผม  โดยทั่วไปจะต้องผ่านเกณฑ์ 1. งบการเงินต้องผ่าน 2. ราคาต้องต่ำพอ คือมีส่วนต่างของความปลอดภัยมากพอสมควร  3. สินค้า ควรเป็นสินค้าผูกขาด  4. ปันผลสม่ำเสมอ ถ้ามี growth ได้ยิ่งดี

ถ้าได้ครบ 4 อย่าง นั่นคือ “หุ้นในฝันของผม” แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ครบ    ลงทุนแล้วถือไว้ จนกว่าจะพบหุ้นที่น่าสนใจมากกว่า หรือหุ้นมีราคาสูงเกินไปจนเกินมูลค่า

ถามว่าผมลงทุนเก็งกำไรหรือที่เรียกว่า เทคนิคอล หรือไม่  ก็ยอมรับว่ามีอยู่ แต่เป็นส่วนประมาณ 5-10% ของ Port   ใช้สำหรับประกันความเสี่ยง ในยามที่ตลาดทุนตกต่ำลง  เพื่อที่ผมสามารถใช้กำไรจากการเก็งกำไรตรงนี้มาใช้ลงทุนเพิ่มได้     แต่ต้องควบคุมความเสี่ยงด้วย เพราะ “การเก็งกำไรมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนระยะยาว”

  สินทรัพย์นี้โดยปกติผมเลือกทอง ด้วยเหตุที่ว่า ผมคิดว่าผมเข้าใจทองมากกว่าสินทรัพย์อย่างอื่น  ดังนั้น ผมทำตามกฎก็คือ ผมจะลงทุนในสิ่งที่ผมเข้าใจมากที่สุด   สำหรับการลงทุน สินทรัพย์อย่างอื่นเช่น น้ำมัน หรือ ยางพารา  ผมไม่เข้าใจ  ดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงสำหรับผม

ที่ผมตั้งชื่อ Blog นี้ว่า กลยุทธ์เชื้อรา เพราะว่า  เมื่อตลาดทุนตกต่ำ จะมีหุ้นราคาถูกอยู่เป็นจำนวนมาก   หุ้นบางตัวมีงบการเงินที่แข็งแกร่ง  มีสินค้าที่เป็นสินค้าผูกขาด  เมื่อเปรียบเทียบกับราคาซึ่งมีความเสี่ยงอยู่น้อย   ผมถือว่าตลาดช่วงนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหุ้นมูลค่าที่มีราคาต่ำอยู่เป็นจำนวนมาก   เชื้อราก็จะสืบพันธ์ด้วยวิธีการ “แตกหน่อ”    ซื้อหุ้นแล้วถือทิ้งไว้ให้มีปันผล แตกหน่อต่อไป

ส่วนยามใดที่ตลาดทุนเต็มไปด้วยข่าวดี  หุ้นมีราคาสูง  ตลาดตกอยู่ในสภาวะ “ขาดแคลนหุ้นที่สามารถซื้อได้โดยที่มีราคาถูก”   เชื้อราจะสืบพันธ์ใช้วิธีการสร้างสปอร์แทน  ซึ่งสปอร์ ทนอากาศ ทนอุณหภูมิ  ทนต่อสารเคมีต่างๆ     ก็คือการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่รักษามูลค่าให้กับเงินของผมได้นาน  เช่น ทองคำ (หรือพันธบัตร หรือตราสารหนี้)  แล้วจำศีล รอจังหวะ  และเมื่อตลาดอยู่ในสภาวะอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง  สปอร์ก็จะ (germination ) กลายเป็นเชื้อรายีสต์  และ แตกหน่อต่อไป

สรุปก็คือ ตลาดตก (ตลาดอุดมสมบูรณ์ เพราะมีหุ้นถูกเต็มตลาด) ผมก็จะเก็บหุ้น    ตลาดขึ้น(ตลาดขาดแคลนเพราะหาซื้อหุ้นได้ยาก) มาผมก็เก็บทอง  ขึ้นกับว่าผมหาหุ้นที่มีงบการเงินที่ดี  ราคาต่ำพอ  มีสินค้าที่ผูกขาด  มีปันผลที่สม่ำเสมอ ได้หรือไม่ครับ

3 Responses to กลยุทธ์ “ลงทุนหุ้นเชื้อรา”

  1. Verachai says:

    ชอบวิธีคิด และการบริหารพอร์ต อย่างคุณปิติครับ จะปรับใช้ในการลงทุนของผมบ้าง จะตามอ่าน blog เรื่อยๆนะครับ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

  2. โต่ง says:

    ผมอยากมีความรู้เรื่องหุ้นครับ เอาแบบเบื้องต้นเลยนะครับ หากมีความกรุณาในการอธิบายชี้แนะแนวทาง เพราะผมชอบแนวคิดคุณมากๆเลย คับ ติดตาม blog ของคุณมาโดยตลอดครับ

  3. nick says:

    ขอบคุณเเนวคิดครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *